องค ประกอบท ๕ การนาไปใช ประโยชน ทางการศ กษา ๑. การนาสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยนบ รณาการส การเร ยนการสอน การนาสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยนบ รณาการส การเร ยนการสอน เป นการนาพรรณไม ส งม ช ว ต และส งท ไม ม ช ว ต ท ม อย ในโรงเร ยนมาเป นส อในการจ ดการเร ยนร เพ อให ผ เร ยนได ส มผ สจร ง เก ดองค ความร จร งตามธรรมชาต เก ดท กษะการเร ยนร ในว ชาต างๆ ข นตอนการเข ยนแผนการจ ดการเร ยนร ๑. ว เคราะห ความสอดคล องระหว างสาระแกนกลางในหล กส ตรการศ กษาข นพ นฐานก บ สาระการดาเน นงานสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน ๒. เล อกสาระแกนกลางท ม ความสอดคล องก บสาระการด าเน นงานสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยนมากาหนดเป นเร องท จะเข ยนแผนการจ ดการเร ยนร ๓. เข ยนแผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการ จ ดประสงค การเร ยนร เพ อให ผ เร ยนได ร บความร ทางว ชาการค ค ณธรรม ข นตอนการสอน โดยให ผ เร ยนได ส มผ สจร ง การว ดผล ประเม นผล ต องครอบคล มท งด านว ชาการ และด านค ณธรรมจร ยธรรม ผลท คาดว าจะได ร บ ๑. คร ม แผนการจ ดการเร ยนร ท สอดคล องก บการสนองพระราชดาร ฯ ในงานสวน พฤกษศาสตร โรงเร ยน ๒. น กเร ยนได ส มผ สจร ง ๓. ใช ทร พยากรธรรมชาต ท ม อย ในโรงเร ยนได อย างค มค า ๔. ม ท ศทาง เป าหมายในการจ ดการเร ยนการสอน ๕. พ ฒนาแผนการจ ดการเร ยนร
ต วอย างแผนการเร ยนร ท ๑๐ รายว ชา ส งคมศ กษา ช นประถมศ กษาป ท ๒ เร อง การใช ทร พยากรอย างค มค า จานวน ๒ ช วโมง มาตรฐานการเร ยนร ช วงช น มาตรฐาน ส ๕.๒ เข าใจปฏ ส มพ นธ ระหว างมน ษย ก บภาพแวดล อมทางกายภาพท ก อให เก ด การสร างสรรค ว ฒนธรรม ม จ ตสาน กและม ส วนร วมในการอน ร กษ ทร พยากรและส งแวดล อม เพ อ การพ ฒนาท ย งย น สาระสาค ญ ทร พยากรธรรมชาต ม ความส าค ญในการดารงช ว ตของมน ษย ซ งในการใช ทร พยากร ธรรมชาต ท ม อย ให เก ดประโยชน อย างค มค า ในแต ละส วนของทร พยากรธรรมชาต โดยสอดคล องก บ การเร ยนร องค ประกอบท ๓ การศ กษาข อม ลด านต างๆ ของงานสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน ผลการเร ยนร ท คาดหว ง ๑. บอกว ธ การใช ประโยชน ทร พยากรธรรมชาต ได ๒. เล อกว ธ การใช ท เหมาะสมในการใช ทร พยากรธรรมชาต ได ๓. ม จ ตสาน กในการใช ทร พยากรธรรมชาต สาระการเร ยนร - ว ธ การใช ทร พยากรท ใช แล วม การเก ดข นมา ทดแทนหร อร กษาไว ได เช น ต นไม กระบวนการเร ยนร ข นนา ๑. คร ทบทวน ประเภททร พยากรธรรมชาต ด งน ๑.๑ ใช แล วหมดไป เช น แร ๑.๒ ใช แล วไม หมด เช น บรรยากาศ น า ข นสอน ๒. คร อธ บายทร พยากรท ใช แล วม การเก ดข นมา ทดแทนหร อร กษาไว ได เช น ด น ป าไม ต นไม ส ตว ป า ( คร ถามน กเร ยน) ๑. คร ให น กเร ยนเล อกพ นท ในบร เวณโรงเร ยนตามความสนใจ ๒. น กเร ยนบอกทร พยากรท ใช แล วสามารถเก ดข นมา ทดแทนหร อร กษาไว ได
นาเสนอ ๓. แบ งน กเร ยนออกเป นกล ม กล มละ ๕ คน แต ละกล มเล อกทร พยากร(พ ช) ท สนใจ ๔. แต และกล ม ว เคราะห องค ประกอบทร พยากร(พ ช) ท เล อกออกเป นส วนๆ เช น ราก ลาต น ใบ ดอก ผล เมล ด ๕. แต ละกล ม เล อกส วนใดส วนหน งของทร พยากร(พ ช) ท ว เคราะห แล ว หาว ธ การใช ประโยชน จากส วนประกอบของทร พยากร(พ ช) อย างค มค า พร อมท งบ นท ก ข นสร ป ต วอย าง ว ธ การใช ประโยชน ผลมะนาว ประกอบด วย เปล อก นาเปล อกไปห นตากแดดให แห ง ชงน าด มแก กระหาย จ ดไล แมลง ฯลฯ เน อ ค นน าไปปร งอาหาร ก นแก เจ บคอ ข ดโลหะ ฯลฯ เมล ด นาไปขยายพ นธ เพ อ ทดแทน ๖. แต ละกล มนาผลงานมานาเสนอหน าห องเร ยน ๑. แต ละกล มรวบรวมผลการเร ยนร ๒. คร และน กเร ยนร วมก นสร ปว ธ การใช ประโยชน จากทร พยากร (พ ช) ท แต ละกล มได ๓. จ ดทาเป นรายงานการว ธ การใช ทร พยากรธรรมชาต (พ ช) อย างค มค า ส อการเร ยนร ๑. พรรณไม ในโรงเร ยน ๒. ม ด กรรไกร ๓. แว นขยาย ๔. ส
ว ดผลประเม นผล ด านความร - ด ผลการปฏ บ ต งาน - ส งเกตการณ นาเสนอผลงาน การถ ายทอดความร ด านค ณธรรม จร ยธรรม - ส งเกตพฤต กรรมแต ละบ คคล - ส งเกตพฤต กรรมขณะปฏ บ ต งาน ก บ ป จจ ยการเร ยนร - ส งเกต การทางานกล ม - ส งเกตการใช อ ปกรณ ในการเร ยนร แหล งเร ยนร เพ มเต ม - บ านน กเร ยน ข อเสนอแนะ......... ลงช อ...ผ ตรวจ ห วหน าหมวด
ใบงาน การใช ทร พยากรธรรมชาต (พ ช)อย างค มค า กล มท...บร เวณท ศ กษา... พ ชท สนใจ...ว นท...เด อน... พ.ศ.... การใช ทร พยากรอย างค มค า เป นการนาท กส วนของทร พยากรธรรมชาต (พ ช) สามารถ นามาใช ประโยชน ได ด วยว ธ การต างๆ จากการว เคราะห หาประโยชน จากท กส วนของ ทร พยากรธรรมชาต (พ ช) ว ตถ ประสงค ๑. ฝ กการว เคราะห ส วนประกอบของทร พยากรธรรมชาต (พ ช) ๒. เห นค ณ ร ค า ของส วนประกอบของทร พยากรธรรมชาต (พ ช) ๓. ฝ กการส งเกต ๔. ฝ กกระบวนการทางานกล ม ๕. ฝ กการวาดภาพ ว เคราะห ส วนประกอบพ ช ๑.... ๒....... ๓....... ๔.... ๕.... ๖.... ๗.... เล อกส วนศ กษา... ภาพส วนศ กษา
ประโยชน จากส วนศ กษา ส วนของพ ช ประโยชน ๑.... ๑.... ๒.... ๒.... ๑.... ๒.... ๓.... ๑.... ๒.... ส งท จะได ร บ ๑. ว เคราะห ส วนประกอบของทร พยากรธรรมชาต (พ ช) ได ๒. เห นค ณ ร ค า ของส วนประกอบของทร พยากรธรรมชาต (พ ช) ได ๓. ม ความสาม คค ๔. วาดภาพส วนประกอบของทร พยากรธรรมชาต (พ ช)ได ๕. ม ความอดทน ๖. ม มน ษยส มพ นธ ท ด รายช อกล ม... ๑.... เลขท... ๒.... เลขท... ๓.... เลขท... ๔.... เลขท... ๕.... เลขท... โรงเร ยน... คร ผ สอน...
๒. การเผยแพร องค ความร การเผยแพร องค ความร เป นการนาผลการเร ยนร ท ได ร บจากการบ รณาการไปส ผ อ น เพ อให ร ถ งผลด และเป นประโยชน ต อการศ กษา ข นตอนการเร ยนร ๑. รวบรวมผลการเร ยนร คร และน กเร ยนสามารถนาผลการเร ยนร ในองค ประกอบท ๔ และ การศ กษาพ ชในเอกสาร ก.๗-๐๐๓ ๒. การเผยแพร องค ความร (ใบงาน)
ใบงานท ๑ การบรรยาย กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... การบรรยาย เป นการนาเสนอความค ด และผลการเร ยนร โดยการพ ดในสาระท รวบรวมได จากองค ประกอบท ๔ การรายงานผลการเร ยนร และแบบศ กษาพรรณไม ก.๗-๐๐๓ ในงานสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน เพ อให น กเร ยนม โอกาสแสดงออกเป นการพ ฒนา ตนเอง ว ตถ ประสงค ๑. เพ อนาเสนอผลการเร ยนร ๒. เพ อแลกเปล ยนความค ดเห นระหว างผ เร ยน ๓. ฝ กท กษะการพ ดส อสาร ว ธ การ ส งท จะได ร บ ๑. การพ ฒนาบ คล กภาพ ๒. ฝ กการพ ดในช มชน ๓. ฝ กการใช ส อ ๔. ฝ กการใช ภาษา ๕. ม ความกล าแสดงออก
ใบงานท ๒ การจ ดน ทรรศการ กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... น ทรรศการ เป นการจ ดแสดงผลงานทางว ชาการจากการบ รณาการสวน พฤกษศาสตร โรงเร ยน เพ อการจ ดการและการวางแผนอย างเป นระบบ ว ตถ ประสงค ๑. เพ อจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. เพ อแลกเปล ยนความค ดเห นระหว างผ จ ดแสดง ๓. ฝ กท กษะ ร ปแบบการจ ดน ทรรศการ ๔. ฝ กท กษะการทางานเป นท ม ๕. ฝ กความค ดท สร างสรรค ว ธ การ ส งท จะได ร บ ๑. ร ว ธ การจ ดแสดงผลงาน ๒. ได แลกเปล ยนความค ดเห น ๓. ม ท กษะในการจ ดน ทรรศการ ๔. ม ท กษะการทางานเป นท ม ม ความสาม คค ๕. ม ความค ดท สร างสรรค ๖. ร จ กแบ งป น
ใบงานท ๓ การจ ดน ทรรศการประกอบการบรรยาย กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... น ทรรศการประกอบบรรยายสร ป เป นการจ ดแสดงผลงานทางว ชาการ เจ าของผลงาน ม การบรรยายประกอบผลงานท จ ดแสดง ว ตถ ประสงค ๑. ฝ กจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. ฝ กบ คล กภาพ ๓. ฝ กท กษะการพ ดถ ายทอดความร ๔. ฝ กท กษะการทางานเป นท ม ๕. ฝ กความค ดท สร างสรรค ๖. ฝ กการม มน ษยส มพ นธ ท ด ว ธ การ ส งท จะได ร บ ๑. ร การจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. ม บ คล กภาพท ด ๓. พ ดถ ายทอดความร ได ๔. ม ท กษะการทางานเป นท ม ๕. ม ความค ดท สร างสรรค ๖. ม มน ษยส มพ นธ ท ด ๗. ม ความสาม คค ๘. ม ความอดทน
ใบงานท ๔ การจ ดน ทรรศการเฉพาะเร อง เฉพาะประเภท กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... จ ดน ทรรศการเฉพาะเร อง เฉพาะประเภท เป นการจ ดแสดงผลงานเป นเร องๆ จาก การดาเน นงานสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน เช น การจ ดแสดงภาพวาดทางว ทยาศาสตร การ จ ดแสดงต วอย างพรรณไม แห ง ว ตถ ประสงค ๑. เพ อจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. เพ อแลกเปล ยนความค ดเห นระหว างผ จ ดแสดง ๓. ฝ กท กษะ ร ปแบบการจ ดน ทรรศการ ๔. ฝ กท กษะการทางานเป นท ม ๕. ฝ กความค ดท สร างสรรค ว ธ การ ส งท จะได ร บ ๑. ร ว ธ การจ ดแสดงผลงาน ๒. ได แลกเปล ยนความค ดเห น ๓. ม ท กษะในการจ ดน ทรรศการเฉพาะเร อง ๔. ม ท กษะการทางานเป นท ม ม ความสาม คค ๕. ม ความค ดท สร างสรรค ๖. ม การยอมร บผลงานของผ อ น
ใบงานท ๕ การจ ดแสดงพ พ ธภ ณฑ กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... การจ ดแสดงพ พ ธภ ณฑ สถานท เก บรวบรวมและแสดงส งต างๆโดยม จ ดม งหมาย เพ อให เก ดประโยชน ต อการ ศ กษา และก อให เก ดความเพล ดเพล นใจ ว ตถ ประสงค ๑. เพ อจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. เพ อเป นแหล งเร ยนร ๓. เพ อเป นแหล งอ างอ งข อม ลทางว ชาการ ๔. ฝ กท กษะการทางานเป นท ม ๕. ฝ กความค ดท สร างสรรค ๖. ฝ กการม มน ษยส มพ นธ ท ด ว ธ การ ส งท จะได ร บ ๑. ร การจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. ม บ คล กภาพท ด ๓. พ ดถ ายทอดความร ได ๔. ม ท กษะการทางานเป นท ม ๕. ม ความค ดร เร มสร างสรรค ๖. ม มน ษยส มพ นธ ท ด ๗. ม ความสาม คค ๘. ม ความอดทน ๙. ม แหล งเร ยนร ๑๐. ม แหล งอ างอ งข อม ลทางว ชาการ
ใบงานท ๖ ว ธ การเผยแพร แบบแผ นพ บเร อง... กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... การจ ดทาแผ นพ บ เป นการเผยแพร ในร ปแบบของเอกสาร โดยการกาหนดห วเร อง สร ปสาระท ได จากการเร ยนร ในองค ประกอบท ๔ การรายงานผลการเร ยนร และเอกสาร ก. ๗-๐๐๓.ในการดาเน นงานสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน ว ตถ ประสงค ๑. ร ว ธ เผยแพร แผ นพ บ ว ธ การเผยแพร แผ นพ บ ส งท จะได ร บ ๑. ม ท กษะในการสร ปสาระ ๒. ร จ กการวางแผน ๓. ม ท กษะกระบวนการทางานกล ม ๔. ม การพ ฒนาความค ดท ด
๓. การจ ดสร างแหล งเร ยนร การจ ดสร างแหล งเร ยนร เป นการรวบรวม การจ ดเก บผลงานจากการจ ดการเร ยนการสอน เพ อใช ในการอ างอ งทางการศ กษา และจ ดแสดงผลการเร ยนร ข นตอนการสอน ๑. รวบรวมผลการเร ยนร คร และน กเร ยนสามารถนาผลการเร ยนร ในองค ประกอบท ๔ และ การศ กษาพ ชในเอกสาร ก.๗-๐๐๓ ๒. การจ ดสร างแหล งเร ยนร (ใบงาน)
ใบงานท ๗ การจ ดห องสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน กล มท... ว นท...เด อน... พ.ศ.... การจ ดห องสวนพฤกษศาสตร โรงเร ยน เป นการจ ดสถานท เก บรวบรวมและแสดงส งต างๆ โดยม จ ดม งหมายเพ อให เก ดประโยชน ต อการ ศ กษา เก ดความน าสนใจท จะเร ยนร และก อให เก ดความ เพล ดเพล นใจ ว ตถ ประสงค ๑. เพ อจ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. เพ อเป นแหล งเร ยนร ๓. เพ อเป นแหล งอ างอ งข อม ลทางว ชาการ ๔. ฝ กท กษะการทางานเป นท ม ๕. ฝ กความค ดท สร างสรรค ๖. ฝ กการม มน ษยส มพ นธ ท ด ว ธ การ ส งท จะได ร บ ๑. ร ว ธ จ ดแสดงผลงานการเร ยนร ๒. เป นแหล งเร ยนร ๓. เป นแหล งอ างอ งข อม ลทางว ชาการ ๔. ม ท กษะกระบวนการทางานกล ม ๕. ม ความค ดท สร างสรรค ๖. ม มน ษยส มพ นธ ท ด ๗. ม ความภาคภ ม ใจ
(ย งไม เสร จ) ๔. การใช การด แลร กษา และพ ฒนาแหล งเร ยนร การใช การด แลร กษา และพ ฒนาแหล งเร ยนร เป นการจ ดการแหล งเร ยนร เพ อให ม การใช แหล งเร ยนร อย างต อเน อง ข นตอนการเร ยนร ๑. รวบรวมผลการเร ยนร คร และน กเร ยนสามารถนาผลการเร ยนร ในองค ประกอบท ๔ และ การศ กษาพ ชในเอกสาร ก.๗-๐๐๓ ๒. การใช การด แลร กษา และพ ฒนาแหล งเร ยนร (ใบงาน)